Saturday, March 29, 2014
ก๋วยเตี๋ยวเห็ดสับต้มยำมังสวิรัติ
สวัสดีค่ะ วันนี้มาในโหมดอาหารไทย
หนึ่งในอาหารโปรดของเอิร์นคือก๋วยเตี๋ยว ยิ่งถ้าเผ็ดด้วยนะ
โอยๆๆๆๆ อร่อยที่ซู้ดด ตั้งแต่เป็นมังสวิรัติมาก็ได้ทาน
ก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน แต่รสชาติมันก็...ไม่ถูกปากเท่าไหร่
ได้ทานแค่พอขัด มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาแก้อยากบ้าง
แต่มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่
เลยคิดอยากทำก๋วยเตี๋ยวขึ้นมา ทำเท่าไหร่ก็ไม่โอเค
ทำหลายรอบมากๆ จนได้รสที่ถูกปากทั้งคนทำ
และแม้แต่คนที่ไม่ใช่มังสวิรัติ
มาเริ่มทำกันเลยเนอะ (จบห้วนๆเลย555)
1. น้ำซุป
- ผงปรุงรสเห็ด (ฟ้าไทย)
- รากผักชีกระเทียมพริกไทยตำ
- ซอสปรุงรสแม็กกี้เจ
- กระเทียมบด (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
- มิริน (ใช้กระเทียมดองแทนค่ะ)
- ผักกาด/กะหล่ำปลี
ตั้งน้ำเปล่าให้เดือดเป็นฟอง ใส่ผงปรุงรสและซอส
ปรุงรสแม็กกี้ ชิมให้พอดี เติมมิรินเพิ่มความหวาน ใส่กระเทียมบด
รากผักชีกระเทียมพริกไทยตำ คนให้เข้ากันดี ชิมรสเพื่อปรุง
ใส่ผักลงไป ต้มไฟอ่อนจนผักเปื่อย
2.เส้นบะหมี่ (ใช้เส้นตามใจชอบ เส้นหมี่/เล็ก/ใหญ่/วุ้นเส้น)
สำหรับคนที่ใช้เส้นบะหมี่ (มีแบบเจขายนะคะ)
บอกไว้ก่อนอันนี้เป็นวิธีส่วนตัว เอิร์นทานแล้วนุ่มดี
ใครจะใช้วิธีอื่นก็ได้นะคะ
ตั้งน้ำให้เดือดเป็นฟอง ระหว่างนั้นนำเส้นออกมา
คลี่เส้นออก ระหว่างคลี่ให้โยนเส้นลงไปบนเขียงเบาๆ
(ให้แป้งที่เกาะเส้นหลุด) ทำไปเรื่อยๆ จนเส้นแยกตัว
แล้วแป้งเริ่มหลุดออกมาได้ที่ คลึงๆ นวดๆ เส้น แล้วคลี่
ออก ไม่ให้ติดกัน ทำแปปเดียว แล้วเอาลงไปลวกน้ำเดือด
3 นาที (จับเวลา) ยีเส้นในหม้อให้กระจาย ตักขึ้นมา
แช่น้ำเย็น (อุณหภูมิปกติ ประมาณน้ำก็อก) สะเด็ดน้ำ
แล้วลงลวกในน้ำเดือด รีบตักขึ้นทันที เสร็จแล้ววว
โฉมหน้าบะหมี่ นุ่มกำลังดี
(เอิร์นไม่คลุกน้ำมัน เนื่องจากมันจะเพิ่มไขมัน 5555
แต่ใครจะเพิ่มก็ไม่ว่ากัน)
3. เกี๋ยวกรอบ (ไม่ทอด)
เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 204 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที
เอาแป้งเกี๋ยวเจ วางบนกระดาษรองอบ
อบจนเริ่มกรอบ กลับด้าน
รับประทานทันที (ระวังร้อนนะคะ)
4. เครื่องปรุง
ใส่เครื่องปรุง สูตรต้มยำของเอิร์นคือ
- น้ำพริกเผามังสวิรัติ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกน้ำส้ม 1 ซอง
- ซอสปรุงรสแม็กกี้ 1 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มลดทีหลัง)
- รากผักชีกระเทียมพริกไทย (ตามชอบ)
- กระเทียม+หอมใหญ่บด (แทนด้วยกระเทียมดอง)
- พริกป่น (ตามชอบ)
- น้ำมะนาว (ตามชอบ)
ใส่เห็ดหอมสดที่สับไว้ ใช้ 2 ดอก
เติมน้ำซุปที่เราตั้งไว้ให้ร้อนลงไป ประมาณ 2 ทัพพี
(อย่าใส่เยอะ) ไม่งั้นจะไม่เข้มข้น คลุกเคล้าให้เข้ากัน
ใส่ไข้ต้มผ่าครึ่ง โรยหน้าด้วยคื่นช่าย
ใส่เกี๋ยวกรอบเมื่อสักครู่ พร้อมรับประทานคะ
ถ้าใครจะปรุงเพิ่มก็ตามสบายคะ
ปกติถ้ามีถั่วลูกไก่เอิร์นจะใส่ไปด้วยอร่อยดี
เส้นนุ่มๆ กับน้ำซุปต้มยำเผ็ดๆ ไข่แดงที่สุกพอดี
เห็ดสับเพิ่มรสสำผัสหนึบๆ อาหารง่ายๆ ดีต่อสุขภาพ
อิ่ม สบาย
เป็นเมนูง่ายๆ มาฝากนะคะ ถ้าอยากทานขนมต่อ ลองชม
คุกกี้ไดเอท คุกกี้ง่ายๆ ไขมันต่ำ แคลอรี่น้อยในบล็อกของเรานะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาชมค่ะหวังว่าจะเข้ามาอีกนะคะ
Thursday, March 6, 2014
Raw vegan cake เค้กไอศครีมเจ ไม่ใช้เตาอบ
สวัสดีคะ หายไปนานเลย
เพิ่งได้กล้องกลับมาไม่ได้ถ่ายอะไรเยอะแยะเลย
เดี๋ยวค่อยๆทะยอยลงแล้วกันเนอะ
ช่วงนี้หน้ามะม่วง ของโปรด
แถมสตอเบอร์รี่ก็ยังไม่หมดฤดู ของโปรดสองอย่าง
คิดอยากทำเค้กมูสมะม่วง สตอเบอร์รี่ แต่คิดถึงไขมัน
และน้ำหนักที่เป็นของแถมก็ขอบายดีกว่า 55
ช่วงนี้พยายามกินแบบ raw vegan คือการกิน
อาหารแบบเจ ที่ไม่ผ่านการปรุง (ความร้อนเกิน 115
ฟาเรนไฮต์ หรือ 46 องศาเซลเซียส) ส่วนใหญ่ก็จะกิน ผลไม้
ผักสด เป็นอาหารหลัก ถั่วเปลือกแข็งดิบ เมล็ดได้
เห็นคนที่กินก็สุขภาพดีกันทุกคน เราเลยมาลองดูกันนะคะ
อาจจะไม่ได้รสชาติเหมือนเค้กจริงๆ แต่รสชาติก็ถูกปากแน่นอน
กินเป็นอาหารหลักได้อิ่มด้วย สวยๆเก๋ๆ
มาทำเลยเนอะ
สิ่งที่ต้องเตรียม
กล้วยหอมขนาดกลาง/ใหญ่แช่แข็งค้างคืน 3 ลูก
สตอเบอร์รี่แช่แข็ง/สด 4 ลูก
มะม่วงสุกแช่แข็ง 1 ลูก
เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 ลูก
กล้วยหอมสด 2 ลูก
แฟล็กซีดป่น 1/2 ช้อนชา
ผงโกโก้ 2 ช้อนชา
สตอเบอรรี่สด 3 ลูก
ผลไม้ท็อปปิ้งต่างๆตามชอบ
เลือกกล้วยสุกงอมๆ ซัก 3 ลูก หั่นเป็นท่อนๆ แช่ช่องฟรีสค้างคืน
จนแข็งดี สำหรับฐานที่เราจะเริ่มทำเอาออกมาใช้ 1/2 - 1 ลูก
มาใส่โถบด (food processor) ระวังอย่าใส่เครื่องปั่นนะคะ
เพราะกล้วยนี่แข็งจริงๆ เดี๋ยวเครื่องปั่นพังเอา 5555
ปั่นไปเรื่อยๆ จะเริ่มเป็นชิ้นเล็กๆแบบนี้ ปั่นต่อไปคะ
เห็นครีมนี่มั้ยอู้ววซัดเลยก็ได้เป็นไอศครีมกล้วยอร่อยดี
เอิร์นเคยทำแล้วโพสต์รูปลงบล็อกด้วยคะ ตอนนั้นกินกับ
โยเกิร์ตที่ทำ
สำหรับฐานเอิร์นจะทำเป็นรสสตอเบอร์รี่เลยใส่ไป 2 ลูกโลดด
ปั่นต่อไป ถ้าใช้แบบแช่แข็งก็จะดี ตัวครีมจะได้ไม่เหลว
//แต่ ไม่มี....
ตักลงในพิมเค้กที่ถอดพิมได้ (spring form) เน้นย้ำๆๆ
เอาครีมฐานเมื่อกี้ลงไปเกลี่ยให้เท่ากันดี จะใส่มากน้อยตาม
ชอบนะคะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดีไซน์ แช่แข็งจนเซ็ตเล็กน้อย
หั่นสตอเบอร์รี่ 3 ลูก เป็นครึ่ง วางเรียงแบบนี้ จะวางให้เต็มก็ได้
พอดีของหมด 55555555555555
จัดการขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนมา แล้วปั่นกับกล้วยแช่แข็งซัก 1/2 ลูก
จนเป็นครีม
แล้วทาลงไปบนพิม ควรให้ชั้นล่างเซ็ตดีก่อนนะคะ
เสร็จแล้วทำแบบเดียวกันกับชั้นมะม่วงคะ ไม่มีภาพแหะ
เสร็จแล้วทำแบบเดียวกันกับชั้นมะม่วงคะ ไม่มีภาพแหะ
เดี๋ยวรูปจะระเบิดเกิน
ทำซอสช็อคโกแล็ต โดยการเตรียมเครื่องปั่น
ใส่กล้วยสด 2 ลูก ปั่นให้เหลว เอาออกมาเติมผงโกโก้ 2
ช้อนชา มากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้ ตามแต่ชอบ
เติมแฟล็กซีดป่นเพิ่มสารอาหารซัก 1/2 ช้อนชา
คนให้เข้ากันเช่นนี้ ซอสนี้จะมีรสชาติโกโก้ หวานด้วย
กล้วยเป็นทุนเดิม และมันไม่มีไขมัน - เจ๋งมาก
เอาช้อนตักมาเทบนชั้นบนสุดเช่นนี้ ใช้ถุงบีบก็ได้คะ
เอาไม้จิ้มฟันเขี่ยให้เป็นลาย อันนี้ครั้งแรกจริงๆแต่พอใจนะ55
เสร็จสรรพจับแช่แข็งไปเลย 10 - 12 ชม. เอิร์นใจร้อน
ไปหน่อยเอาออกมาเร็ว ยังไม่ทันเซ็ตตัวดี ตอนเอาออกยากหน่อยนะคะ
เอิร์นเผลอทำมันเละไปหน่อย (เกือบคว่ำแหนะ)ขอบเลยเละนิดนึง
ไม่ว่ากันเนอะ 555
เห็นนั่นมั้ย 555
ดูข้างๆ
ตัดเลยย (ชิ้นแรกตัดมาไม่สวยเลย ข้างในยังไม่เซ็ตดี
แต่กินได้แล้ว เลยประเดิมไปชิ้นนึงก่อนส่งกลับไปแช่ต่อ
ค่อยดีหน่อย คลายความอยากของหวานได้ โดยไม่ต้องกลัวอ้วน
ปรับเปลี่ยนเป็นรสอื่นได้ตามชอบคะ ส่วนถ้าทำตามของเอิร์นแล้ว
รสชาติที่นำเลยคือกล้วย กับซอสช็อคโกแลต มีมะม่วงปนมาด้วย
มะพร้าวก็ปะปราย
อันนี้แข็งขึ้นแล้ว ขาดอีก 55555
ฝากไว้สำหรับผู้ที่ไดเอทอยู่ทุกท่านนะคะ หรือใครอยากทำขนม
เก๋ๆ แบบไม่ใช้เตาอบก็ได้ ขอเตือนว่ามันละลายง่ายมาก
เก็บไว้ในที่เย็นๆ ตลอดดีที่สุดคะ
เจอกันบล็อกหน้านะคะ
Wednesday, February 26, 2014
โฮมเมดโยเกิร์ต (low-fat,sugar-free)
วันนี้เอิร์นไม่ได้จะมาโพสต์การทำ parfait แต่อย่างได
อย่างที่หัวข้อบอกคะ มันคือโยเกิร์ต แต่รูปเปิดหัวไดที่
ดีที่สุดคงเป็นรูปนั้นอะ 5555 ยังไงก็ตามโยเกิร์ตก็ยังเป็น
ส่วนผสมหลักของ parfait นั่นแหละ ดูซิคะประหนึ่ง
วิปครีม
แต่ๆ อย่าเพิ่งเลิกอ่านนะคะ เพราะอยากบอกว่าถ้าใครชอบ
โยเกิร์ตโดยเฉพาะชนิดคงตัว อะไรงี้ หรือใครชอบโยเกิร์ตแต่
กลัวไขมัน หรือน้ำตาลที่มาจากแบบที่ขายส่วนใหญ่ขอแนะนำว่า
ให้อ่านต่อไปคะ เพราะมันคุ้มค่า
เริ่มจากตั้งนมสดในหม้อให้เริ่มร้อนแบบมีฟอง
ไม่ต้องให้เดือดพล่านนะคะ ใช้นมสด 1 ขวด
เนื่องจากอยากกให้ไม่มีไขมันเอิร์นเลยใช้แบบ
0 % แนะนำยี่ห้อ Dutchmill selected (ไม่ได้ค่า
โฆษณาแต่อย่างใด แต่ถ้า Dutchmill อยากให้
ก็มิได้ขัดข้องนะคะ) ที่แนะนำเพราะว่านม 0 %
ของยี่ห้อนี้ รสชาติดีกว่า 0 % แบบทั่วๆไป ขนาด
เพื่อนเอิร์นคนนึงไม่ชอบทานแบบนี้ เจอยี่ห้อนี้ไป
ยังชมว่าอร่อยเลย
เห็นฟองมั้ยคะ 5555 ในรูปนี้ยังน้อย
คนเป็นระยะๆนะคะ เดี๋ยวไหม้
เตรียมหม้อที่ใหญ่กว่า ใส่น้ำเย็น เอิร์นเพิ่ม
น้ำแข็ง ใส่หม้อนมลงไปรอให้คลายอุณภูมิ
ให้เย็นลงจนจับได้ และไม่อุ่นเกินไป
(เดี๋ยวจุลินทรีย์ตาย)
โยเกิร์ตที่เอิร์นใช้ ป่าวโฆษณา
ใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ ใช้ 0 % ก็ได้
จริงๆก็จะใช้แหละคะ แต่เลือกเอาอันที่
ไม่ใส่น้ำตาล ธรรมชาติ และไขมันต่ำมาก
(ไม่ต่างจาก 0 % ) ดีกว่า เน้นว่า
รสธรรมชาตินะคะ
ค่อยๆ ใส่โยเกิร์ตลงไป 1 ถ้วย
คนลงไปให้เข้ากันคะ
เทใส่ภาชนะ เอาไปฆ่าเชื้ออะไรก่อนก็ได้
เอาที่มีฝาปิดนะคะ ใช้โหลแก้วอะไรก็ได้
ตักฟองออกเพื่อความเนียนของโยเกิร์ต
ให้เป็นแบบนี้นำไปเก็บในที่ที่ไม่มีกันสั่นไหว
อุณหภูมิเหมาะสม เอิร์นใส่ไว้ในเตาอบ (ที่ปิดแล้ว)
ประมาณ 1 คืนได้
สภาพที่เห็นคะ ตอนแรกเห็นน้ำอันเจิ่มนอง คิดว่าไม่รอดแน่ๆ
ทิ้งแน่ๆ แต่ก็คิดซะว่าครั้งแรกหนะ ไว้ลองใหม่ แต่เมื่อเอามาเปิดแล้ว
เทน้ำออกก็เห็นแบบนี้ ดีใจคะ 5555555
จริงๆเมื่อกี้ทานได้แล้วแต่ถ้าใครชอบข้นๆ แบบ Greek yogurt
แนะนำให้ลองคะ ปกติเอิร์นก็ซื้อโยเกิร์ตมากรองเพื่อความข้น ใช้
แทน sour cream เวลาทานอาหารอยู่แล้ว ด้วย ก็หากะละมัง
ผ้าขาวบางมาขึงให้ตึง เทโยเกิร์ตลงไป ค้างไว้ประมาณ 1 คืน
1 คืนผ่านไป ใช้ได้ๆ เป็นแบบคงตัวแล้ว
เลยเอาโยเกิร์ตที่ทำมาเป็นท็อปปิ้งคะ ยังไม่ค่อยเซ็ตตัว
แบบครีม แต่รสชาติดี ไม่เปรี้ยวเหมือนโยเกิร์ตทั่วไป แต่
รสชาติจะออกคล้ายๆครีม
ใช้ไม่หมดที่เหลือก็กรองต่อไป
คืนที่ 2 ประหนึ่งครีมเลยทีเดียวว คุ้มค่ากับการรอคอย เนื้อเนียนมากๆ
นะจุดๆนี้ ให้คุณแม่ชิมไปนิดนึง แม่บอกอร่อย
แต่ไม่หวาน 555 (เพื่อสุขภาพหนะแม่) แต่ถ้าใคร
ติดหวานนี่ก็ให้ทานกับน้ำผึ้งนะคะ ในปริมาณที่
เหมาะสม
ใกล้ๆ อีกนิด จริงๆ อันนี้ทำง่ายคะ แค่ปั่นมะม่วงกับสับปะรด
(ช่วงนี้มะม่วงกำลังมา) เทเป็นชั้นแรก ชั้นที่สองเอิร์นโรย
วีททาบิกซ์ หรือซีเรียลที่บดแล้ว เลือกไม่ใช้น้ำตาล แต่งกลิ่น
มากมายเพื่อสุขภาพนะคะ ใช้ที่บีบครีมเค้กบีบโยเกิร์ตลงไป
เป็นชั้น เทมะม่วงปั่นลงไปอีกชั้น บีบโยเกิร์ตตกแต่ง แล้ววาง
ผลไม้เก๋ๆ ใครจะเปลี่ยนเป็นผลไม้อื่นตามใจชอบคะ
อันนี้ให้คุณพ่อทานเป็นของหวานหลังอาหาร
แต่พอขอถ่ายรูปเท่านั้นบอกไม่ให้ถ่าย ต่อรองขอแค่
ช่วงปากก็ไม่ 555 เลยอ่าๆ ถ่ายแค่ตอนตักก็ได้
ลากันไปด้วยภาพมือของนายแบบ ขณะนี้ 1.32 ง่วงมากก
ราตรีสวัสดิ์คะ (ถึงแม้จะไม่มีใครมาอ่านตอนดึกอย่างงี้)
55555555555555555555555555555555
Monday, February 17, 2014
บลูเบอร์รี่ครีมพัฟ (มินิ)
บลูเบอร์รี่ครีมพัฟ (มินิ)
ได้ข่าวว่าไฟนอลก็ต้องสอบ 55555 ไม่เจียมจะอัพ
ตอนแรกกะจะดองไว้ให้ได้ที่แล้วค่อยอัพ แต่เอาเถอะ
อัพแล้วพรุ่งนี้ค่อยอ่านหนังสือ พร้อมกับภาวนาให้ผ่าน
(คนขยันก็อย่างงี้แหละ) ทักทายผู้อ่านด้วยนะคะ วาเลนไทน์
เป็นไงบ้างเอ่ย?
วันพฤหัสนี้เพื่อนคนนึงกำลังจะเดินทางไปเรียนต่าง
ประเทศ (โครงการแลกเปลี่ยน) เป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อวันเสาร์
เลยมีงานเลี้ยงเล็กน้อย เลยคิดจะทำขนมเล็กๆน้อยๆ ไปให้
เปิดตู้เย็นเจอครีมชีสครึ่งก้อน แผ่นพัฟเพสตรี้ บลูเบอร์รี่แช่แข็ง
อืม........ ช่วงนี้ก็เพิ่มผ่านวาเลนไทน์มาเนอะ เคยเปิดบล็อกอื่น
อ่าน เจอที่เค้าทำเป็นรูปหัวใจ เราเลยลองดู
ขนมอันนี้ทำง่ายคะ ใช้เวลาไม่มากถ้าเทียบกับขนมที่ใช้เป็น
ของขวัญงามๆ แบบคุกกี้ หรือเค้ก แถมจานก็ไม่ต้องล้างเยอะอีก
(อันนี้สำคัญสุด 5555)
สิ่งที่ควรทำไว้ก่อนลงมือ
1. นำแผ่นพัฟเพสตรี้จากช่องแช่แข็งมาช่องแช่เย็น
ค้างคืนหรือ 4 ชั่วโมง อาจนำมาไว้ที่อุณหภูมิห้อง
30 - 40 นาที (อากาศบ้านเราร้อน ระวังเนยละลาย
นะคะ)
2. นำบลูเบอร์รี่แช่แข็งย้ายจากช่องแช่แข็งมาช่องแช่เย็น
ให้เย็นตัวลงหรือ (thaw)
นำครีมชีสแบบก้อนครึ่งก้อน ออกมาหั่นเตา
พักไว้ให้อ่อนตัวลง (เหมือนพักเนย)
- ครีมชีส
- น้ำตาลทรายขาว
- กลิ่นวานิลลาแบบเพียว
- วิปครีม (เอิร์นใช้แบบไขมันต่ำ)
ใช้ mixer ตี 3 ส่วนผสมแรก ให้เป็นครีม
ชิมให้ออกหวานแต่ไม่ต้องมาก เดี๋ยวเลี่ยน
พอเสร็จแล้วให้บีบวิปครีมแล้วมาพับเข้าไป
ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ปริมาณครั้งนี้เอิร์นไม่ได้กะ
นะคะ ชิมเอานะ
ระหว่างนั้นก็ไปเปิดเตาอบรอที่อุณหภูมิ
232.22 องศาเซลเซียส รอไว้ เรามาทำซอสบลูเบอร์รี่กัน
ถ้าจะให้ง่ายกว่านี้ซื้อแบบกระป๋องก็ได้คะ แต่ครีมที่เราทำ
มันหวานแล้ว ถ้านี่จะหวานอีกก็คงเลี่ยนไป เราตั้งใจจะทำให้
มันออกรสเปรี้ยวเพื่อตัดกันขอบอกว่าทั้งครัมและซอส
ที่เอิร์นทำวันนี้ไม่มีสูตรตายตัวเน้นชิมตามความพอใจ555
- บลูเบอร์รี่
- น้ำมะนาว (ชิมตามใจให้เปรี้ยว)
- pure vanilla (กลิ่นวานิลลาแบบเพียว)
- แป้งข้าวโพด (เล็กน้อย พอให้เหนียว)
- น้ำตาลเทียม (ใช้แบบที่ทนความร้อนได้)
- น้ำเปล่า
นำส่วนผสมลงหม้อตั้งไฟอ่อนๆ ให้กลายเป็นซอส
ชิมรสให้ออกเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อย
นำแผ่นพัฟเพสตรี้ที่ทำให้อ่อนตัวลงแล้ว
ออกมา ให้พิมกดคุกกี้รูปหัวใจขนาดกลาง
กดออกมา (อย่าทิ้งเศษนะคะ)
แผ่นพัฟเพสตรี้ ฟรือ แป้งพายชั้นนี้
หาซื้อได้ที่ แมคโคร ฟู้ดแลนด์ ที่อื่นยังไม่เคยเจอคะ
จริงๆถ้าใครขยันจะทำเองก็ได้นะ แต่มันใช้เวลาเยอะอะ
(เอิร์น ขอ บาย) ส่วนใหญ่คนอื่นก็ซื้อมาใช้เหมือนกันนะคะ
ง่ายดี
ถ้ามีพิมกดคุกกี้ขนาดเล็กกว่าอันเมื่อกี้เล็กน้อย
ให้นำมากด แต่อย่าฉีกออกมานะคะ ให้เป็นรอยเฉยๆ
เอิร์นไม่มี ถ้าใครไม่มีให้ไปเอากระดาษรองอบ
(parchment paper) วาดรูปหัวใจขนาดเล็กกว่าพิมเมื่อครู่
ตัดออกมาแล้ววางด้านที่ไม่มีรอยดินสอกับแป้ง
ใช้มีดทำรอยไว้แต่อย่าให้ขาด แนะนำว่าถ้าแผ่นไหน
ยังไม่ใช้ให้เก็บไว้ในตู้เย็นก่อนกันเนยละลาย โดย
เฉพาะวันที่อากาศร้อนแบบนี้ เฮ้อออ
จะได้แบบนี้คะ วันนี้เอิร์นทำ 8 ชิ้น ส่วนเศษที่เหลือก็ห่อ
เก็บไว้ทำอีก ใส่เตาอบใช้เวลาประมาณ 10 - 15 นาที
จนกว่าพัฟจะพอง
เห็นเงาคนทำมั้ยคะ 55555 รูปมันไม่ชัด แต่กลิ่น
ตอนทำนี่หอมเชียว แถมแป้งเวลาเข้าเตาอบแล้ว
เวลาค่อยๆพอง เหมือนมีชิวิตเลย ค่อยๆ สั่น ค่อยๆ
เพิ่มชั้น ค่อยๆพอง
นี่ๆ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ ว่าจากแผ่นบางๆ จะพองออกมาขนาดนี้
จากที่เราทำรอยหัวใจไว้ จะเห็นว่ามันปรากฎชัดเจน ขั้นตอนนี้
ให้*ค่อยๆ* ดึงแผ่นหัวใจเล็กๆข้างบนออก เก็บไว้แต่งเก๋ๆก็ได้
แต่เอาใส่ปากระหว่างทำก็อร่อยดี 5555 (แน่นอนคนทำเลือก
อย่างที่สอง)
จากนั้นอาจขวักส่วนที่เป็นอุปสรรคต่อการหยอดครีมออก
เบาๆมือนะคะ ระวังชั้นนอกมันขาด หยอดครีมลงไป หลังจากนั้น
หยอดซอสบลูเบอร์รี่ไว้ข้างบน ปิดท้ายด้วยการโรยน้ำตาลไอซิ่ง
เล็กน้อย
เป็นอันเสร็จสิ้นคะ ง่ายมั้ย
(วันนี้ฝีมือการหยอดยังง่ิอย ไว้แก้ตัว)
พอดีขี้เกียจไปหยิบถุงบีบ ก็บอกแล้วว่าเมนูง่ายๆ
จะได้ไม่ต้องล้างอะไรเยอะ 555
เชิญหยิบทานสักชิ้นซิคะ
แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ
โชคดีคะ
Subscribe to:
Posts (Atom)
























































